Archive for March, 2009
รถยนต์ รุ่นนี้ของ Mazda ถือได้ว่า เป็นรุ่นที่ประสพความสำเร็จ ที่สุดของ Mazda ก็ว่าได้ เพราะมียอดขายทั่วโลกถึง 1.8 ล้านคัน และนอกจากนั้นยังได้รับรางวัล จากสถาบันต่างๆ กว่าอีก 90 สถาบัน และสำหรับ Mazda3 เจเนอเรชั่นใหม่ ก็ได้ยึดแนวทางการออกแบบรถที่ตื่นเต้นเร้าใจสไตล์ Zoom-Zoom แบบเดิม
โครง สร้างใหม่ของ Mazda3 โดยเฉพาะโครงสร้างรอบห้องโดยสารจะใช้เหล็กที่มีความแข็งแกร่งขึ้น 17% เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า วัสดุที่ใช้ซับแรงสั่นสะเทือนก็ได้ปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกก็ออกแบบตามหลักแอโรไดนามิกส์ ช่วยลดเสียงลมปะทะ ได้ประมาณ 6-11% นอกจากนี้ Mazda ยังกล่าวว่า Mazda3 ใหม่ มีนํ้าหนักตัวลดลงจากรุ่นเดิมประมาณ 15 กก. แม้ว่าจะมีมิติที่ใหญ่ ขึ้นและติดตั้งอุปกรณ์มากขึ้นก็ตาม

สำหรับ รูปลักษณ์การออกแบบได้ยึดคอนเซ็ปต์เดิมแบบโฉบเฉี่ยว ที่สามารถสะท้อนความเป็นสปอร์ตออกมาอย่างชัดเจน ภายในห้อง โดยสารออกแบบให้มีความเป็นสปอร์ตแต่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย อุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามามีทั้งจอดิสเพลย์แสดงข้อมูล เบาะนั่ง ปรับไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่ฟังก์ชัน ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารและระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศจาก Bose พร้อมลำโพงถึง 10 ตัว ส่วนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยก็ติดตั้งมาให้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นถุงลมด้านหน้า ด้านข้างและม่านนิรภัย ระบบเบรก ABS, EBD และ BA ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC ไฟหน้าซีนอนพร้อมฟังก์ชันหมุนแปรผันตามพวงมาลัย ระบบ Emergency Stop Signal ระบบ Rear Vehicle Monitoring และระบบเซ็นเซอร์ถอยหลัง
Thai Share This
นิสสันทิด้า(NISSAN TIIDA) เป็นเครื่องยนต์แบบ 4 cyl in-line DOHC 16V CVTC ระบบโครงสร้างนิรภัย Zone body concept ระบบพวงมาลัยแบบ แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า ล้ออัลลอยด์ 15 นิ้ว ทีด้า ได้รับการออกแบบให้มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ รุ่นซีดาน 4 ประตู และรุ่นแฮทชแบค 5 ประตู โดยใน “รุ่นซีดาน” จะเน้นความหรูหรา-ล้ำสมัย ผ่านกระจังหน้าที่กลมกลืนกับไฟหน้าแบบซีนอนขนาดใหญ่ ส่วน “รุ่นแฮทชแบค” นั้น ให้ความปราดเปรียวในแบบสปอร์ต
อีกจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ความกว้างขวาง ซึ่งมองดูจากภายนอกแล้ว ไม่เชื่อว่า..! จะใหญ่และกว้าง แต่เมื่อเข้าสัมผัสดูทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหลังพวงมาลัย ที่นั่งด้านหน้า หรือส่วนโดยสารด้านหลัง ให้ความสบายกว้างขวางจริง ๆ เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ขณะที่เบาะนั่งตอนหลังสามารถปรับเอียงได้ 40 องศา อีกทั้งสามารถเลื่อนได้ถึง 24 เซนติเมตร ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่รถแฮทชแบคในระดับเดียวกันไม่มี

สำหรับขุมพลังได้พัฒนามาจากรหัส QG โดยมีให้เลือกทั้ง 2 รหัส คือ รหัส HR16DE ขนาด 1,600 ซีซี 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 15.6 กิโลกรัมเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที และอีกรุ่นคือขนาด 1,800 ซีซี รหัส MR18DE ให้กำลัง 126 แรงม้าที่ 5,200 รอบ/นาที มีแรงบิด 17.7 กิโลกรัมเมตรที่ 4,800 รอบ/นาที ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ทั้ง 2 ขนาดมีแรงบิดที่ สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเร่งดีขึ้น และแม้ว่าระบบเกียร์ของทีด้าจะยังไม่เป็น CVT แต่ได้ปรับปรุงเพิ่มช่วงการเปลี่ยนเกียร์ให้กว้างมากขึ้น ส่งผลให้การเปลี่ยนเกียร์นิ่มนวลมากขึ้น นอกจากนี้ทีด้ายังมี OD : Over Drive ที่เพิ่มหรือชดเชยรอบเครื่องยนต์ในขณะเร่งแซงเช่นเดิม
Thai Share This
โตโยต้า ยาริส เป็นรถยนต์ขนาดเล็กกระทัดรัด ของโตโยต้า เป็นรถยนต์รถยนต์ที่ท้ายสั้น โตโยต้า ยาริส ผลิตมาเพื่อทดแทนรถรุ่น โตโยต้า สตาร์เล็ต (Toyota Starlet) ซึ่งได้เลิกผลิตไป เกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่ง เป็นรถรุ่นแรกๆ ที่มีขนาดเล็ก และมีโครงตัวถังแบบ hatchback (ท้ายกุด ไม่มีกระโปรงหลัง) ที่เข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งก็มีกระแสตอบรับมาบ้างในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน และความกระทัดรัดขับง่าย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากคนไทยในช่วงนั้น ไม่ไว้วางใจในความปลอดภัยของรถรุ่นสตาร์เล็ต เพราะเกรงว่าผู้โดยสารที่นั่งหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย จนเลิกผลิตไปในที่สุด
ปีเดียวกับที่สตาร์เล็ตเลิกผลิต ทางโตโยต้าก็ได้นำยาริสเข้ามาแทนที่ ด้วยการออกแบบโดย Sotiris Kovos นักออกแบบชาวกรีก ที่ทำให้ยาริสมีระบบความปลอดภัยที่ดีกว่า และดูทันสมัยขึ้น ทำให้ยาริสเป็นที่นิยม และมียอดขายดีกว่าสตาร์เล็ต
Thai Share This